จากประสบการณ์ 13 ปีบนสายการบินระดับโลก สู่การคว้าคุณวุฒิ WSET Diploma และตำแหน่ง Italian Wine Ambassador อีกหนึ่งเรื่องราวของคนไทยที่กำลังสร้างเส้นทางของตัวเองในวงการไวน์ระดับนานาชาติ
ใครจะคิดว่าชายหนุ่มที่เคยใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบิน เดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก และทำงานในสายอาชีพการบินมานานกว่า 13 ปี วันหนึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางมาสู่โลกของไวน์อย่างจริงจัง จนได้รับคุณวุฒิและการรับรองจากสถาบันไวน์ชั้นนำระดับนานาชาติ
วันนี้ทางทีมงานอยากพาไปรู้จัก “ดิว – สุรศักดิ์ ตั้งวิริยะชัยกุล” อดีต Cabin Services Director ของสายการบิน Qatar Airways ที่วันนี้ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและนักการศึกษาด้านไวน์ ผู้สำเร็จการศึกษา WSET Level 4 Diploma in Wines (DipWSET) และได้รับการรับรองเป็น Italian Wine Ambassador จาก Vinitaly International Academy ประเทศอิตาลี

เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากประสบการณ์ชีวิต การเดินทาง ความสนใจส่วนตัว และการทุ่มเทศึกษาด้านไวน์อย่างจริงจัง จนสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ชื่นชอบให้กลายเป็นเส้นทางอาชีพอีกบทหนึ่งของชีวิต
13 ปีบนฟ้า กับจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ระดับโลก
ย้อนกลับไปในปี 2006 ดิวเริ่มต้นอาชีพกับ Qatar Airways หนึ่งในสายการบินชั้นนำของโลก และใช้เวลาทำงานอยู่ที่นี่นานกว่า 13 ปี ก่อนจบเส้นทางอาชีพการบินในตำแหน่ง Cabin Services Director ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารและดูแลการปฏิบัติงานของลูกเรือ รวมถึงมาตรฐานการบริการบนเที่ยวบิน
ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เขามีโอกาสเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ พบเจอผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ เรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร และรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
สิ่งที่ได้รับจึงไม่ได้มีเพียงประสบการณ์ด้านการบริการระดับสากล แต่ยังรวมถึงทักษะการบริหารทีม ภาวะผู้นำ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน
หลังจากอำลาวงการการบิน ดิวไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่เลือกก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ โดยมีประสบการณ์ทั้งธุรกิจร้านอาหาร การนำเข้าและการค้า การจัดซื้อ การประสานงานกับซัพพลายเออร์ ตลอดจนการบริหารธุรกิจบริการ
แม้ในเวลานั้นจะยังไม่ได้ทำงานด้านไวน์โดยตรง แต่ประสบการณ์ทั้งหมดกลับกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เขาเข้าใจทั้งเรื่องการบริการ อาหาร การค้า และธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไวน์ในเวลาต่อมา
เมื่อความชอบเรื่องไวน์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การดื่ม

สำหรับหลายคน ไวน์อาจเป็นเพียงเครื่องดื่มที่อยู่บนโต๊ะอาหารหรือในโอกาสพิเศษ แต่สำหรับดิว ความสนใจเรื่องไวน์ค่อย ๆ พัฒนาไปไกลกว่านั้น
จากความชื่นชอบเรื่องอาหาร การเดินทาง และวัฒนธรรม เขาเริ่มสนใจว่าเหตุใดไวน์จากแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาค หรือแม้แต่ไร่องุ่นที่อยู่ไม่ไกลกัน จึงสามารถมีรสชาติและเอกลักษณ์แตกต่างกันได้อย่างมาก
ยิ่งศึกษา ก็ยิ่งค้นพบว่าเบื้องหลังไวน์หนึ่งขวดมีองค์ความรู้มากมาย ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเกษตร กระบวนการผลิต ไปจนถึงเรื่องราวของผู้คนและวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่

ความอยากรู้อยากเห็นนี้เองที่ทำให้เขาตัดสินใจเข้าสู่การศึกษาไวน์อย่างเป็นระบบกับ Wine & Spirit Education Trust (WSET) สถาบันการศึกษาด้านไวน์และเครื่องดื่มที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
และไม่ได้หยุดอยู่เพียงหลักสูตรเบื้องต้น แต่เดินหน้าศึกษาต่อจนสำเร็จ WSET Level 4 Diploma in Wines หรือ DipWSET ผ่านเส้นทางการศึกษาในเมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส และเมืองรุส ประเทศออสเตรีย
WSET Diploma คุณวุฒิระดับสูงที่ต้องใช้ทั้งความรู้และความมุ่งมั่น
สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการไวน์ ชื่อ WSET Diploma อาจฟังดูไม่คุ้นเคยนัก แต่ในแวดวงวิชาชีพด้านไวน์ นี่ถือเป็นหนึ่งในคุณวุฒิสำคัญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
WSET Level 4 Diploma in Wines เป็นระดับสูงสุดของหลักสูตรด้านไวน์ในระบบ WSET โดยผู้เรียนต้องมีความรู้ครอบคลุมทั้งการปลูกองุ่น การผลิตไวน์ ภูมิภาคไวน์ทั่วโลก ธุรกิจไวน์ และการวิเคราะห์คุณภาพไวน์
การประเมินไม่ได้มีเพียงข้อสอบทฤษฎี แต่ยังรวมถึงการชิมไวน์แบบ Blind Tasting ซึ่งผู้สอบต้องวิเคราะห์ไวน์โดยไม่ทราบชื่อหรือแหล่งที่มา รวมถึงงานวิจัยอิสระที่ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง
ตามข้อมูล WSET ที่ระบุในปี 2026 มีผู้สำเร็จคุณวุฒิ Diploma สะสมทั่วโลกประมาณ 14,500 คน นับตั้งแต่เริ่มหลักสูตร
คุณวุฒินี้ยังเป็นหนึ่งในพื้นฐานทางวิชาการที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อในเส้นทาง Master of Wine ซึ่งเป็นอีกหนึ่งระดับความเชี่ยวชาญขั้นสูงในวงการไวน์โลก
สำหรับดิว การสำเร็จ Diploma ไม่ใช่บทสรุปของการเรียนรู้ แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจศึกษาลงลึกในภูมิภาคและประเภทเครื่องดื่มต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Champagne, Burgundy, Spain, Rioja รวมถึง Sake และ Spirits

อีกหนึ่งความสำเร็จในปี 2026 กับตำแหน่ง Italian Wine Ambassador
หนึ่งในก้าวสำคัญล่าสุดของดิวเกิดขึ้นในปี 2026 เมื่อเขาได้รับการคัดเลือกให้เข้าศึกษาในหลักสูตรของ Vinitaly International Academy (VIA) โครงการการศึกษาด้านไวน์อิตาลีที่มุ่งพัฒนาผู้เชี่ยวชาญและสร้างเครือข่ายบุคลากรในอุตสาหกรรมไวน์ทั่วโลก
ไวน์อิตาลีถือเป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีความซับซ้อนสูง ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์องุ่น ภูมิภาคการผลิต ประวัติศาสตร์ และระบบการจำแนกไวน์ที่มีรายละเอียดเฉพาะตัว
ผู้เข้าร่วมหลักสูตรจึงต้องศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและการชิมไวน์อย่างเข้มข้น ก่อนผ่านการประเมินเพื่อรับการรับรอง
ดิวสามารถผ่านกระบวนการดังกล่าว และได้รับตำแหน่ง Italian Wine Ambassador อย่างเป็นทางการ พร้อมเข้ารับเข็มสัญลักษณ์ Ambassador ในพิธีที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์อิตาลีระดับนานาชาติ
จากข้อมูลที่ระบุในปี 2026 เครือข่าย VIA มี Italian Wine Ambassadors ที่ได้รับการรับรองประมาณ 550 คนทั่วโลก โดยมีสมาชิกในชุมชนจากกว่า 57 ประเทศ ครอบคลุมทั้งนักการศึกษา ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ นักเขียน และผู้ประกอบวิชาชีพด้านไวน์
VIA ยังมีความเชื่อมโยงกับ Vinitaly งานแสดงสินค้าไวน์สำคัญระดับนานาชาติของอิตาลี รวมถึงมีโครงการความร่วมมือกับ ITA – Italian Trade Agency หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของอิตาลี
สำหรับดิว ตำแหน่ง Italian Wine Ambassador จึงไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งคุณวุฒิที่เพิ่มเข้ามาในประวัติการทำงาน แต่ยังเปิดโอกาสให้เขาได้เชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมไวน์จากหลากหลายประเทศ
เรียนรู้จากไร่องุ่นจริง ไปจนถึงงานไวน์ระดับโลก
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เส้นทางของดิวมีความน่าสนใจ คือเขาไม่ได้จำกัดการเรียนรู้อยู่เพียงในห้องเรียนหรือหนังสือ
ด้วยพื้นฐานของคนที่รักการเดินทาง เขาเลือกออกไปสัมผัสแหล่งผลิตไวน์ด้วยตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังไวน์แต่ละขวด
ไม่ว่าจะเป็น Champagne, Bordeaux และ Burgundy ในฝรั่งเศส, Ribera del Duero และ Priorat ในสเปน, Mosel ในเยอรมนี รวมถึงแหล่งผลิตไวน์ในอิตาลี
การเดินทางเหล่านี้เปิดโอกาสให้เขาได้พบผู้ผลิต พูดคุยถึงแนวคิดในการทำไวน์ ศึกษาสภาพพื้นที่จริง เข้าไปดูกระบวนการผลิตและการบ่ม ตลอดจนชิมไวน์ในสถานที่ที่ไวน์เหล่านั้นถือกำเนิด

นอกจากนี้ เขายังเข้าร่วมงานอุตสาหกรรมไวน์ระดับนานาชาติ อาทิ ProWein Düsseldorf, Vinexposium Paris และ Barcelona Wine Week รวมถึงกิจกรรม Masterclass และการเรียนรู้กับผู้ผลิตไวน์จากหลายภูมิภาค
ประสบการณ์ทั้งหมดทำให้เขาได้เห็นอุตสาหกรรมไวน์ในหลายมิติ ตั้งแต่ไร่องุ่นและโรงผลิต ไปจนถึงการนำเข้า การจัดจำหน่าย การตลาด และพฤติกรรมของผู้บริโภค
ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับประสบการณ์เดิมของเขาทั้งในโลกการบินและโลกธุรกิจ
จากผู้ศึกษาไวน์ สู่บทบาทผู้ถ่ายทอดความรู้
หลังจากใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ วันนี้ดิวเริ่มขยายบทบาทจากผู้ศึกษาไวน์ ไปสู่การเป็นผู้แบ่งปันองค์ความรู้ให้กับคนอื่นมากขึ้น
ปัจจุบันเขาทำงานเกี่ยวกับ Wine Education, Wine Tastings, Masterclasses และ Curated Wine Experiences หรือการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้และชิมไวน์ที่มีเนื้อหาเฉพาะทาง

โดยมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มและสถาบันด้านไวน์ต่าง ๆ รวมถึง Vino Academy Bangkok และเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ธุรกิจบริการ และองค์กรในอุตสาหกรรมไวน์
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องราวของไวน์ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยยังคงความถูกต้องและความลึกของเนื้อหา
เพราะการเรียนรู้เรื่องไวน์ไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการจดจำชื่อองุ่นหรือแหล่งผลิตจำนวนมากเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าไวน์มาจากไหน ใครเป็นผู้ผลิต และเหตุใดสถานที่ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมจึงมีอิทธิพลต่อเอกลักษณ์ของไวน์แต่ละขวด
สำหรับเขา ไวน์จึงเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเรียนรู้เรื่องราวของโลกและผู้คน
ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดจากการเดินตามเส้นทางเดิม
เมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางชีวิตของดิวอาจดูเหมือนประกอบด้วยอาชีพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน สู่ผู้บริหารงานบริการ จากโลกธุรกิจและการนำเข้า สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์
แต่หากมองให้ลึกลงไป จะพบว่าทุกช่วงของชีวิตล้วนมีความเชื่อมโยงกัน
ประสบการณ์จาก Qatar Airways ทำให้เขาเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และมาตรฐานการบริการระดับสากล ขณะที่การทำธุรกิจช่วยเสริมความเข้าใจด้านการบริหาร การค้า และการทำงานร่วมกับคู่ค้าจากหลากหลายประเทศ
ส่วนโลกของไวน์ได้กลายเป็นพื้นที่ที่นำความสนใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง อาหาร ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเรียนรู้ มารวมเข้าไว้ด้วยกัน
วันนี้ดิวไม่ได้มองเป้าหมายของตัวเองเพียงการสะสมประกาศนียบัตรหรือคุณวุฒิเพิ่มเติม แต่ต้องการสร้างเส้นทางวิชาชีพด้านไวน์ที่สามารถนำทั้งความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายระดับนานาชาติมาต่อยอดเป็นงานที่มีคุณค่า
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การจัดกิจกรรม การสร้างประสบการณ์ด้านไวน์ หรือความร่วมมือกับองค์กรและผู้ประกอบการในอนาคต
จากคนที่เคยเดินทางรอบโลกในฐานะลูกเรือ วันนี้เขายังคงเดินทางและเรียนรู้โลกใบเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากการมองผ่านหน้าต่างเครื่องบิน มาเป็นการทำความรู้จักโลกผ่านเรื่องราวในแก้วไวน์
และบางที นี่อาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเส้นทางของ “ดิว สุรศักดิ์” เพราะความสำเร็จไม่ได้หมายถึงการอยู่ในอาชีพเดิมไปตลอดชีวิต แต่อาจหมายถึงการกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ และลงมือทำสิ่งที่รักอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาได้
สำหรับใครที่สนใจอยากรู้จัก “ดิว” มากขึ้น หรือต้องการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโลกของไวน์ สามารถติดตามและติดต่อเขาได้โดยตรงผ่าน Facebook: Dean N Dew









