,

เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ในจีนราคาถูกมาก ของแท้ไหม? พร้อมรีวิว Estée Lauder Micro Essence 2 สูตร

เคยสงสัยกันไหมคะว่า สกินแคร์ และเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ขายอยู่ตามร้านค้า หรือแม้แต่ใน Duty Free ของประเทศจีน ซึ่งบางครั้งราคาถูกกว่าประเทศไทยหลายเท่า ตกลงแล้วเป็นของแท้หรือเปล่า?

เราเดินทางไปประเทศจีนมาหลายครั้ง และเคยซื้อเครื่องสำอางทั้งจาก Duty Free และร้านขายเครื่องสำอาง “ขนาดค่อนข้างใหญ่” ด้านนอกมาลองใช้ (เน้นว่าร้านใหญ่ๆ นะคะไม่ใช่ร้านเล็กๆ)

ยอมรับว่าตอนเห็นราคาครั้งแรกก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะบางชิ้นถูกกว่าราคาเคาน์เตอร์ในประเทศไทยมากจนน่าตกใจ แต่จากที่นำมาใช้จริง ทั้งเนื้อสัมผัส กลิ่น บรรจุภัณฑ์ และผลลัพธ์ที่ได้ ไม่พบความแตกต่างผิดปกติจากสินค้าที่เคยซื้อในประเทศไทย จึงมีความรู้สึกว่าน่าจะเป็นของแท้ค่ะ

ทำไมเครื่องสำอางในจีนจึงขายถูกกว่าประเทศไทยมาก?

ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นของปลอมเสมอไปค่ะ เพราะเครื่องสำอางที่ขายผ่านช่องทาง Travel Retail หรือ Duty Free อาจไม่รวมภาษีบางประเภท มีโปรโมชั่นเฉพาะพื้นที่ ใช้ขนาดบรรจุภัณฑ์สำหรับนักเดินทาง หรือเป็นสินค้าล็อตพิเศษที่ไม่ได้วางขายตามเคาน์เตอร์ทั่วไป

นอกจากนี้ ตลาด Duty Free ในจีน โดยเฉพาะไห่หนาน เคยเป็นแหล่งซื้อสินค้าความงามสำหรับผู้รับซื้อไปขายต่อ หรือที่เรียกว่า daigou ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ มีโปรโมชั่น และราคาที่แข่งขันกันค่อนข้างสูง จึงพบส่วนต่างของราคามากกว่าที่เราคุ้นเคยในประเทศไทยได้

สินค้าสองขวดที่เราซื้อมาครั้งนี้คือ Estée Lauder Micro Essence Treatment Lotion ขนาด 100 มล. ผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยฉลากภาษาจีนด้านหลังระบุวันหมดอายุในปี 2029

จุดที่น่าสนใจคือ บนฉลากมีคำว่า 体验装 ซึ่งแปลได้ประมาณว่า “ขนาดทดลอง” หรือ “แพ็กสำหรับทดลองใช้” จึงอาจเป็นบรรจุภัณฑ์เฉพาะช่องทาง และไม่ใช่สินค้ารูปแบบเดียวกับที่วางขายตามเคาน์เตอร์ในประเทศไทย นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาต่างกันมากค่ะ

ราคาอยู่ที่ขวดละ 199 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 985 บาท เมื่อคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 หยวนต่อ 4.95 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายในประเทศไทยของขนาด 100 มล. อยู่ที่ประมาณ 3,600 บาท และขนาด 200 มล. อยู่ที่ประมาณ 6,700 บาท !!

เรียกว่าถูกกว่าราคาในประเทศไทยเกือบ 3 เท่า เห็นส่วนต่างแล้วก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า ของที่จีนถูกเป็นพิเศษ หรือราคาขายในประเทศไทยสูงเกินไปกันแน่

อาจเป็นเพราะ ทั้งในเรื่องของภาษี ต้นทุนการนำเข้า ค่าใช้จ่ายหน้าร้าน การตลาด นโยบายราคาของแต่ละประเทศ และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นสำหรับคนละช่องทางค่ะ 

รีวิว Estée Lauder Micro Essence สองสูตร หน้าตาคล้ายกัน แต่จริง ไม่เหมือนกัน

สองขวดนี้เป็น Treatment Lotion หรือน้ำตบที่ใช้หลังล้างหน้า และก่อนลงเซรั่มหรือครีมบำรุง แม้หน้าตาจะคล้ายกันมาก และใช้เทคโนโลยีหลักร่วมกัน แต่เนื้อสัมผัส และกลุ่มผิวที่เหมาะสมต่างกันค่ะ

ทั้งสองสูตรมี Postbiotic 12+ ทำงานร่วมกับ 98.9% Bio-Active Lactobacillus Ferment ตามข้อมูลของแบรนด์ โดยเน้นช่วยดูแลเกราะป้องกันผิว เติมความชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิว และทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

ทั้งสองสูตรผลิตในประเทศญี่ปุ่น ปราศจากน้ำมัน และไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์

ขวดสีฟ้า: Micro Essence Treatment Lotion with Bio-Ferment

สูตรขวดฟ้าจะเน้นเรื่องความชุ่มชื้น และการบำรุงผิวมากกว่า เนื้อสัมผัสมีความนุ่ม และแน่นกว่าสูตรซากุระเล็กน้อย แต่ไม่ได้เหนียวหรือหนักเหมือนเอสเซนส์เข้มข้นค่ะ

ทางแบรนด์ระบุว่าเหมาะกับผิวทุกประเภท แต่จะถูกใจคนผิวธรรมดาถึงผิวแห้งเป็นพิเศษ โดยเน้นปัญหาผิวขาดน้ำ ความแห้งกร้าน เส้นริ้วเล็ก ๆ ที่เกิดจากผิวแห้ง รูขุมขนที่ดูชัดเพราะผิวขาดความชุ่มชื้น และผิวที่มีรอยแดง

ส่วนตัวเป็นคนผิวค่อนข้างแห้ง จึงชอบขวดฟ้ามากกว่า หลังตบลงบนผิวจะรู้สึกว่าผิวนุ่ม และอิ่มน้ำขึ้นทันที เหมาะกับช่วงที่ผิวแห้ง อยู่ในห้องแอร์นาน หรือต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนลงเซรั่ม และครีมค่ะ

ขวดสีชมพู: Micro Essence Treatment Lotion Fresh with Sakura Ferment

สูตรขวดชมพูมี Sakura Ferment และเนื้อสัมผัสแบบ water-light คือบางเบา สดชื่น และซึมไวกว่า เหมาะกับผิวทุกประเภทเช่นกัน แต่แบรนด์ระบุว่าจะเหมาะเป็นพิเศษกับผิวธรรมดาถึงผิวมัน

จุดเด่นคือช่วยปรับสมดุลผิว ดูแลผิวที่หมอง ไม่สดใส มีรอยแดง และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน เปล่งปลั่งขึ้น โดยไม่เพิ่มความรู้สึกหนักหรือมันบนผิวมากเกินไป

เวลาทาแล้วให้ความรู้สึกสบายผิวกว่า จึงเหมาะกับอากาศร้อน วันที่ไม่ต้องการลงสกินแคร์หลายชั้น หรือคนที่รู้สึกว่าสูตรขวดฟ้าให้ความชุ่มชื้นมากเกินไปค่ะ

 แล้วควรเลือกขวดไหนดี?

หากเป็นคนผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ อยู่ในห้องแอร์บ่อย หรือกังวลเรื่องริ้วเล็ก ๆ จากความแห้ง แนะนำ ขวดฟ้า Bio-Ferment

แต่ถ้าเป็นคนผิวธรรมดาถึงผิวมัน ชอบน้ำตบเนื้อบางเบา หรืออยากเน้นเรื่องความสดใส และความสมดุลของผิว ขวดชมพู Sakura Ferment น่าจะเหมาะกว่า

สำหรับเราในไหนๆ ก็ซื้อมาสองขวดแล้วก็ใช้สลับกัน สีฟ้าใช้ตอนกลางคืน สีชมพูใช้ตอนเช้า

วิธีใช้คือ หลังล้างหน้าให้เทผลิตภัณฑ์ลงบนฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ กดหรือตบเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า และลำคอ จากนั้นจึงตามด้วยเซรั่ม และมอยส์เจอไรเซอร์ ใช้ได้ทั้งเช้า และก่อนนอนค่ะ