ควรเปลี่ยนกางเกงในทุก 3 เดือนจริงไหม?

เคยได้ยินกันไหมคะว่า “กางเกงในควรเปลี่ยนใหม่ทุก 3 เดือน” เพราะถึงแม้จะซักสะอาดแล้ว ก็ยังอาจมีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่ในเนื้อผ้า

ประโยคนี้ถูกแชร์ต่อกันบนอินเทอร์เน็ตมานาน จนทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า กางเกงในที่ใส่อยู่ทุกวันนี้สะอาดจริงหรือเปล่า แล้วถ้าใช้เกิน 3 เดือน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่

คำตอบคือ ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ที่ระบุว่า ทุกคนต้องทิ้ง หรือเปลี่ยนกางเกงในเมื่อใช้ครบ 3 เดือนค่ะ

ตัวเลข 3 เดือนจึงไม่ใช่กฎทางการแพทย์ตายตัว แต่สามารถใช้เป็นระยะเวลาสำหรับ “ตรวจเช็ก” สภาพกางเกงในได้

ทำไมกางเกงในจึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

กางเกงในเป็นเสื้อผ้าที่สัมผัสกับผิวหนังบริเวณจุดซ่อนเร้นโดยตรงตลอดทั้งวัน จึงมีโอกาสสัมผัสกับเหงื่อ ความชื้น เซลล์ผิวที่หลุดออกมา สารคัดหลั่ง รวมถึงจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ

งานทบทวนทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสุขอนามัยของเสื้อผ้าพบว่า แบคทีเรียและเชื้อราบางชนิดอาจยังคงอยู่ในเสื้อผ้าหลังการซักได้ โดยปริมาณที่หลงเหลือจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิน้ำ ชนิดของผ้า ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ระยะเวลาในการซัก รวมถึงการตากให้แห้งสนิท

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า จุลินทรีย์สามารถถ่ายเทระหว่างเสื้อผ้าและภายในเครื่องซักผ้าได้เช่นกัน

แต่การพบจุลินทรีย์บนเสื้อผ้า ไม่ได้หมายความว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นสกปรกจนต้องทิ้ง หรือจะทำให้เกิดการติดเชื้อเสมอไป เพราะร่างกายของคนเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว สิ่งสำคัญกว่าคือการซักอย่างเหมาะสม ตากให้แห้งสนิท และไม่สวมกางเกงในที่อับชื้น

แล้วทำไมจึงมีคนแนะนำให้เปลี่ยนใหม่เป็นระยะ

เหตุผลสำคัญอาจไม่ใช่เพราะเมื่อครบกำหนดแล้ว กางเกงในจะมีเชื้อโรคเพิ่มขึ้นทันที แต่เป็นเพราะกางเกงในต้องผ่านการใส่ และซักบ่อยกว่าเสื้อผ้าหลายประเภท

เมื่อใช้งานไปนาน ๆ เนื้อผ้าอาจเริ่มบาง ยางยืดหย่อน ตะเข็บเสียรูป หรือผิวสัมผัสเริ่มหยาบขึ้น กางเกงในบางตัวอาจเก็บความชื้นมากกว่าเดิม หรือระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าตอนซื้อใหม่

สภาพเหล่านี้อาจทำให้สวมใส่ไม่สบาย เกิดการเสียดสี อับชื้น หรือระคายเคืองผิวได้ โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

ดังนั้น แทนที่จะตั้งกฎว่าต้องทิ้งทุก 3 เดือน เราอาจใช้ช่วงเวลานี้เป็นตัวช่วยเตือนให้กลับมาเปิดลิ้นชัก และตรวจดูว่ากางเกงในแต่ละตัวยังอยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้งานหรือไม่

5 สัญญาณว่ากางเกงในอาจถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

ลองหยิบกางเกงในตัวที่ใส่เป็นประจำขึ้นมาตรวจดู หากพบสัญญาณเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนตัวใหม่ค่ะ

  1. ยางยืดเริ่มหย่อน ขอบม้วน หรือสวมแล้วไม่กระชับเหมือนเดิม
  2. เนื้อผ้าบาง ย้วย เสียรูป หรือมีรอยขาด
  3. ตะเข็บแข็งขึ้น และเริ่มเสียดสีกับผิว
  4. มีคราบหรือกลิ่นหลงเหลือ แม้จะซักและตากจนแห้งแล้ว
  5. สวมแล้วรู้สึกอับชื้น คัน หรือระคายเคืองผิดปกติ

แต่หากกางเกงในยังคงรูปดี ซักสะอาด ไม่มีกลิ่น ไม่มีคราบ และสวมใส่สบาย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทิ้งทันทีเพียงเพราะใช้งานครบ 3 เดือนแล้ว

ในทางกลับกัน หากตัวใดเสื่อมสภาพเร็วกว่านั้น ก็ควรเปลี่ยนโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบกำหนดเช่นกัน

ดูแลกางเกงในอย่างไรให้สะอาด และใช้งานได้นานขึ้น

ควรเปลี่ยนกางเกงในทุกวัน หรือเปลี่ยนทันทีเมื่อเปียกเหงื่อหรืออับชื้น โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย

ซักตามคำแนะนำบนป้ายดูแลสินค้า แยกตัวที่มีคราบออกมาทำความสะอาดก่อน และไม่ควรใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป เพราะอาจมีสารตกค้าง และทำให้ผิวบอบบางเกิดการระคายเคืองได้

หลังซักควรตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเทจนแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใส่ ส่วนกางเกงในที่มีเนื้อผ้าหรือเส้นใยพิเศษ ควรดูแลตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อไม่ให้เส้นใยและความยืดหยุ่นเสื่อมเร็วกว่าปกติ

ข้อมูลอ้างอิง