ถ้าชอบน้ำหอมแนวดอกไม้ แต่ไม่อยากได้กลิ่นหวานจัด Elizabeth Arden 5th Avenue เป็นอีกขวดที่น่าลองค่ะ กลิ่นมีความสดชื่นผสมความนุ่มละมุน ให้ความรู้สึกเรียบร้อย ดูแต่งตัวดี เป็นน้ำหอมที่เข้ากับวันทำงานพอ ๆ กับวันที่แต่งตัวสวยออกไปกินข้าว

เซตที่นำมารีวิวครั้งนี้เป็น Gift Set คอลเลกชันปี 2026 ในเซตประกอบด้วยน้ำหอม Eau de Parfum ขนาด 125 มล. และ Moisturizing Body Lotion ขนาด 100 มล. ทั้งสองชิ้นเป็นกลิ่นเดียวกัน อยู่ในกล่องดอกไม้โทนชมพูม่วง หน้าตาสวยหรู พร้อมให้เป็นของขวัญเลยค่ะ หรือใครซื้อใช้เองก็ได้ หรูหรามากค่ะ ขวดก็ใหญ่สะดุดตา วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ช่วยเพิ่มความสวยงาม

ชื่อ 5th Avenue อาจทำให้รู้สึกว่าเป็นน้ำหอมผู้ใหญ่ แต่โทนกลิ่นมีความสดใสอยู่ด้วย รุ่นนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1996 ได้แรงบันดาลใจจากแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ส่วนปี 2026 คือคอลเลกชันของเซตนี้นะคะ ไม่ใช่ปีที่เริ่มออกน้ำหอมกลิ่นนี้
กลิ่นประมาณไหน?
5th Avenue เป็นน้ำหอมดอกไม้ที่ค่อย ๆ นุ่มและอุ่นขึ้นเมื่อทิ้งไว้บนผิว ฉีดแรกๆ จะได้กลิ่นแมกโนเลีย ไลแลค และลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ ผสมความสดชื่นของเบอร์กามอตกับแมนดาริน ให้อารมณ์ช่อดอกไม้สด กลิ่นดูโปร่งและมีชีวิตชีวา
พอกลิ่นเริ่มคลี่ตัว จะมีดอกไม้หลายชนิดเข้ามา ทั้งกุหลาบ มะลิ ไวโอเล็ต กระดังงา และซ่อนกลิ่น พร้อมพีชและเครื่องเทศเล็กน้อย ช่วงนี้กลิ่นจะเต็มขึ้น มีรายละเอียดให้รู้สึกมากกว่าความหอมดอกไม้ตรง ๆ
ส่วนช่วงท้ายฉีดไปสักพัก จะรู้สึกกลิ่น ไอริส มัสก์ แอมเบอร์ และวานิลลา ทำให้กลิ่นละมุนขึ้น มีโทนแป้งบาง ๆ และความอบอุ่น เป็นด้านที่ช่วยให้ 5th Avenue ดูสุภาพและใส่ง่ายค่ะ
ถ้าให้สรุปบุคลิกกลิ่นสั้น ๆ ก็คือ ดอกไม้สดชื่นที่มีความนุ่มอุ่นตามมา ใครชอบกลิ่นแนวเรียบร้อย หอมแบบมีรายละเอียด มากกว่าน้ำหอมหวานแนวขนมหรือผลไม้จัด ๆ น่าจะสนใจขวดนี้

ทำไมยังน่าใช้ แม้จะเป็นกลิ่นที่ออกมานานแล้ว?
ข้อดีของน้ำหอมบุคลิกแบบนี้คือหยิบใช้ได้หลายโอกาสค่ะ จะใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงไปทำงาน หรือเปลี่ยนเป็นเดรสออกไปนัดกินข้าวก็เข้ากัน กลิ่นมีความเป็นผู้หญิง แต่ยังให้ความรู้สึกคล่องตัว ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษถึงจะหยิบมาฉีด
ขวดก็เป็นอีกอย่างที่ชอบในแง่หน้าตา ทรงสูงเพรียวกับน้ำหอมสีทองดูเรียบสวย วางบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเข้ากับของอื่นง่าย เป็นดีไซน์คลาสสิกที่ยังดูดีอยู่ค่ะ
สำหรับเซตนี้ พิเศษตรงที่มีโลชั่นเพิ่มเข้ามาด้วย เป็นชิ้นที่ทำให้อยากหยิบมาใช้คู่กันค่ะ หลังอาบน้ำทาโลชั่นก่อน แล้วค่อยเติมน้ำหอมกลิ่นเดียวกันก่อนออกจากบ้าน กลิ่นจะไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ต้องคิดว่าจะเลือกบอดี้โลชั่นกลิ่นไหนมาจับคู่
วันไหนอยากได้ความหอมเบา ๆ ก็ใช้แค่โลชั่นได้ ส่วนวันที่อยากให้กลิ่นชัดขึ้นค่อยตามด้วยน้ำหอม เริ่มฉีดทีละนิดแล้วรอดูกลิ่นบนผิวตัวเองก่อน เพราะความติดทน และการกระจายกลิ่นของแต่ละคนต่างกันค่ะ

ราคาเซตนี้ที่ King power ดิวตี้ฟรีของไทยขายอยู่ที่เซทละ 2,800 บาท
เกร็ดน่ารู้: ทำไมน้ำหอมกลิ่นเดียวกัน ถึงหอมบนแต่ละคนต่างกัน?
เคยไหมคะ ดมบนเพื่อนแล้วชอบมาก แต่พอฉีดบนตัวเองกลับรู้สึกว่ากลิ่นต่างออกไป? เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เพราะความหอมขึ้นอยู่กับทั้งน้ำหอม สภาพผิว และการรับกลิ่นของเราค่ะ
ผิวและอุณหภูมิมีส่วน
ความชุ่มชื้นและน้ำมันบนผิวมีส่วนต่อการคงอยู่และการระเหยของสารหอม ส่วนความร้อนทำให้สารหอมบางส่วนระเหยเร็วขึ้น กลิ่นจึงอาจชัดในช่วงแรก แต่จางเร็วขึ้นด้วย การฉีดน้ำหอมขวดเดิมในวันอยู่ห้องแอร์กับวันเดินกลางแจ้งจึงให้ความรู้สึกต่างกันได้
กลิ่นธรรมชาติของแต่ละคนก็แตกต่างกัน
เมื่อน้ำหอมผสมกับกลิ่นธรรมชาติบนตัวเรา ภาพรวมของความหอมอาจต่างออกไป รวมถึงโลชั่นหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก่อนฉีดน้ำหอมก็อาจมีส่วนด้วย จึงควรลองบนผิวตัวเอง ไม่ตัดสินจากกระดาษเทสต์หรือกลิ่นบนคนอื่นเพียงอย่างเดียวค่ะ
บางครั้งกลิ่นยังอยู่ แต่เราเริ่มชิน
เมื่อได้รับกลิ่นเดิมต่อเนื่อง ระบบรับกลิ่นอาจตอบสนองน้อยลง จนรู้สึกว่าน้ำหอมหายไป ทั้งที่คนใกล้ตัวยังอาจได้กลิ่นอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องรีบฉีดเพิ่มทุกครั้งที่ตัวเองเริ่มไม่ได้กลิ่นนะคะ
เวลาลองน้ำหอม ลองเว้นช่วงกลับมาดมหลังฉีดประมาณครึ่งชั่วโมง และอีกครั้งเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง จะช่วยให้รู้ว่าเราชอบกลิ่นเมื่อแนบผิวแล้วแค่ไหน รวมถึงความติดทนและการกระจายกลิ่นในการใช้งานจริงของตัวเองค่ะ 🤍
เกร็ดส่วนนี้ทางเราเรียบเรียงโดยอ้างอิงงานวิจัยในวารสาร International Journal of Cosmetic Science และ PLOS ONE รวมถึงงานวิจัยเรื่องการปรับตัวต่อกลิ่น เพื่อให้ข้อมูลมีหลักฐานรองรับนอกเหนือจากความรู้สึกส่วนตัวค่ะ










